การทำใบขับขี่

***ช่วยกันแชร์หน่อยจ้า****

การทำใบขับขี่รถยนต์

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสอบใบขับขี่

– บัตรประชาชนตัวจริง
– สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
– ใบรับรองแพทย์ (อายุไม่เกิน 1 เดือน)
         – ใบรับรองการอบรม กรณีอบรมนอกขนส่ง
         เริ่มแรกการทดสอบสมรรถนะร่างกาย
 
– ทดสอบตาบอดสี 
– ทดสอบสายตาทางลึก
– ทดสอบสายตาทางกว้าง
– ทดสอบการตอบสนองของเท้า

         การสอบข้อเขียน

เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก จะมอบหนังสือรวมป้ายจราจร และกฎจราจรเบื้องต้นให้อ่าน ก่อนทำการสอบ บางที่จะเป็นบอร์ดให้ยืนอ่านกัน ซึ่งในข้อสอบจะสุ่มป้ายจราจรและกฎจราจรที่เราอ่านมาเป็นข้อสอบ จำนวน 50 ข้อ เป็นข้อสอบแบบปรนัย มีให้เลือก ก-ง จะผ่านเกณฑ์การสอบที่ 45 คะแนน หรือคิดเป็น 90% ของข้อสอบทั้งหมด

และหากสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ขั้นตอนทั้งหมดจะถูกหยุดลงและให้กลับมาสอบใหม่วันหลัง กำหนดเวลาไว้ไม่เกิน 90 วัน

สอบภาคปฏิบัติสอบใบขับขี่รถยนต์ 2560​ กำหนดไว้ให้ 3 ด่าน ดังนี้ 
1. ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง 
ให้ขับรถในช่องเดินรถที่ระยะ 12 เมตร เดินหน้า 1 ครั้ง และถอยหลัง 1 ครั้ง โดยต้องไม่ขับชนหรือเบียดเสาหลัก ที่ตั้งวางเรียงกันทั้งซ้ายและขวา และอย่าให้เครื่องยนต์ดับในขณะทดสอบอยู่ 
2. ขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า 
ด้านซ้ายของตัวรถต้องจอดขนาน และห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 ซม. โดยจอดให้ล้อหน้าและหลัง ล้อทับเส้นสีที่กำหนด กันชนหน้ารถต้องไม่เกินจุดหยุดรถข้างทางและห่างจากเส้นหยุดรถไม่เกิน 1 เมตร
 3. ขับรถถอยเข้าซอง
ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย เปลี่ยนเกียร์ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ต้องไม่ชนหรือเบียดเสาในพื้นที่ที่กำหนด ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือเสาหลักด้านซ้าย กระจกข้างต้องไม่ล้ำออกมาเกินเส้นที่กำหนด

การทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์

คุณสมบัติของผู้ที่จะขอใบขับขี่

  1. อายุของผู้ที่จะขอใบขับขี่
    สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
    สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
    สำหรับผู้ขอใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  2. มีความรู้ความสามารถในการขับรถ
  3. มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
  4. ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
  5. ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
  6. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
  7. ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
  8. ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่

1.เมื่อเช็กคุณสมบัติครบถ้วนแล้วก็มาเตรียมเอกสารประกอบที่จะใช้ในการขอใบขับขี่กันครับ ซึ่งมีหลัก ๆ 2 อย่างดังนี้
1. บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (Passport)
2. ใบรับรองแพทย์
3. ใบรับรองการอบรม
ขั้นตอนการดำเนินการขอใบขับขี่
จองคิวในการอบรม สำหรับขั้นตอนในการดำเนินการนั้น ก่อนอื่นต้องจองคิวในการอบรม ซึ่งการอบรมจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง สามารถจองได้ผ่าน 3 ช่องทางดังนี้ครับ
1. จองคิวอบรมได้ที่กรมขนส่งทางบก ในพื้นที่ใกล้บ้าน ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถจองคิวล่วงหน้าได้ด้วยตัวเองพร้อมหลักฐานประกอบคำขอตามที่แจ้งไว้เบื้องต้น
2. จองคิวอบรมผ่านทางโทรศัพท์

2. ทดสอบสมรรถนะร่างกาย หลังจากที่จองคิวอบรมแล้ว ในวันที่อบรม ทุกคนต้องเข้ารับการตรวจและทดสอบสมรรถนะร่างกาย ดังนี้
ทดสอบสายตาทางกว้าง เพื่อทดสอบความสามารถในการมองเห็นของสายตาทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งเป็นมุมกว้างข้างละตั้งแต่ 75 องศา
ทดสอบการตอบสนองของเท้า เพื่อทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้าเพื่อหยุดรถมอเตอร์ไซค์ให้เร็วที่สุด
ทดสอบสายตาทางลึก เพื่อการทดสอบการมองเห็นในระยะ 2.50 – 3.50 เมตร
ทดสอบตาบอดสี เป็นการทดสอบการมองเห็นสี ซึ่งจำเป็นต่อการขับรถเช่นการดูไฟและป้ายจราจรต่าง ๆ
3. เข้ารับการอบรม  การอบรมจัดขึ้นเพื่อสร้างสำนึกการขับขี่บนท้องถนน โดยเนื้อหาอบรมจะเกี่ยวกับความรู้ด้านกฎหมายการจราจรทางบก เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ เป็นต้น ซึ่งใช้เวลาในการอบรมทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมง
4. สอบข้อเขียน ในการสอบข้อเขียนนั้น จะสอบเกี่ยวกับป้ายจราจรและกฎจราจร ซึ่งมีจำนวน 50 ข้อ เป็นข้อสอบแบบปรนัย มีให้เลือก ก-ง จะตัดสินว่าผ่านเกณฑ์การสอบที่ 45 คะแนน หรือคิดเป็น 90% ของข้อสอบทั้งหมด แต่หากสอบไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถกลับมาสอบใหม่ ในกำหนดเวลาไว้ไม่เกิน 90 วัน
5.สอบภาคปฎิบัติ ผู้ขับขี่จะต้องทำการสอบขับขี่รถจักรยานยนต์ สามารถใช้รถตัวเองหรือใช้บริการเช่ารถของกรมขนส่งก็ได้ ซึ่งค่าเช่าจะอยู่ที่คันละ 50 บาท โดยการสอบต้องขับขี่ตามท่าที่กำหนดไว้ทั้งหมด 5 ท่า ดังนี้
ท่าที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์โดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
ท่าที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ ทรงตัวบนทางแคบ ทรงตัวไว้โดยไม่ให้เท้าแตะพื้นประมาณ 10 วินาที
ท่าที่ 3 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านโค้งแคบ รูปตัว Z
ท่าที่ 4 ขับรถจักรยานยนต์ผ่านโค้ง รูปตัว S
ท่าที่ 5 ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซก ผ่านสิ่งกีดขวาง
6. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบขับขี่ เมื่อผ่านการทดสอบทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติแล้ว ให้มาชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดคือ 15.30 น. ซึ่งมีค่าใช้จ่าย

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะ

1.ต้องได้รับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว แล้วแต่กรณี ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
2.ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 ดังนี้
ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถสาธารณะและใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ สำหรับผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
มีความรู้ความสามารถในการขับรถ
มีความรู้ในข้อบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ และตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
ไม่มีใบขับขี่รถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่
3.ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย
ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
ในลักษณะกีดขวางการจราจร
ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือนร้อนของผู้อื่น
4.มีสัญชาติไทย
5.รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบขับขี่พอสมควร
6.ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
7.ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
8.ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิด ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ในกรณีที่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8) ต้องพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า
หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน
หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิด หรือ
หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา เกินสามเดือน แต่ไม่เกินสามปี และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน โดยชี้แจงถึงเหตุผล ที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดง หลักฐานว่าคนเป็นบุคคล ที่มีความประพฤติเรียบร้อยควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์ สาธารณะ หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำ 8) มาใช้บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ
หลักฐานประกอบคำขอ
1.ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หรือใบแทนใบขับขี่รถดังกล่าว พร้อมด้วยสำเนา แล้วแต่กรณี
2.บัตรประชาชนฉบับจริง
3.ใบรับรองแพทย์แสดงว่า ผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งมีอายุใช้ได้ตามที่แพทย์ผู้รับรองกำหนด แต่ต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1.ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ
2.ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ทดสอบการมองเห็นสี ที่จำเป็นในการขับรถ
ทดสอบสายตาทางลึก
ทดสอบสายตาทางกว้าง
ทดสอบปฏิกิริยาเท้า (ความสามารถในการใช้เบรคเท้า)
3.อบรม 5 ชั่วโมง สำหรับรถยนต์สาธารณะ และรถยนต์สามล้อสาธารณะ และอบรม 3 ชั่วโมง สำหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
4.การทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน)
5.ตรวจสอบความประพฤติหรือประวัติอาชญากร ไปยังกองทะเบียนประวัติอาชญากรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีบุคคลทั่วไป /หนังสือรับรองความประพฤติให้ผู้ขอนำไปให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ขอรับใบ อนุญาต ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกอง หรือเทียบเท่ารับรองความประพฤติหรือประวัติอาชญากร
6.ชำระค่าธรรมเนียม (ปิดชำระค่าธรรมเนียม 15.30 น.) / ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ / จ่ายใบขับขี่
หมายเหตุ
กรณีใบอนุญาตชนิดชั่วคราว หรือชนิดส่วนบุคคล ที่นำมายื่นสิ้นอายุเกิน 3 ปี เพิ่มชั้นตอนการสอบขับรถ

การขอใบขับขี่รถบด รถแทรกเตอร์

  1. ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  2. ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  3. ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปีบริบูรณ์
  4. ใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  5. ใบขับขี่รถบดถนน ใบขับขี่รถแทรกเตอร์ และใบขับขี่รถชนิดอื่นตามมาตรา 43 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
    หมายเหตุ
    แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์

การขอใบขับขี่ระหว่างประเทศ

หลักฐานประกอบคำขอ
1. สำเนาหนังสือเดินทาง เล่มที่ใช้ในการเดินทาง ประวัติหน้าที่แก้ไข (พร้อมฉบับจริง)  ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
2. บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)  ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
3. สำเนาใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล(ชนิด 5 ปี)หรือตลอดชีพ ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล(ชนิด 5 ปี)หรือตลอดชีพ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ (พร้อมฉบับจริง) ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งยังไม่หมดอายุหรือใบแทนใบอนุญาตดังกล่าว (พร้อมฉบับจริง) แล้วแต่กรณี
4. รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป ( รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน ) ถ่ายรูปหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือสวมแว่นตาสีเข้ม, ไม่มีภาพวิวหลังรูป
5. สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อ- สกุล, ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า
6. ค่าธรรมเนียม 505 บาท
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสอบเอกสาร และออกคำขอ
2. ชำระค่าธรรมเนียม ( ปิดรับชำระเงิน 15.30 น. ) / จัดทำต้นขั้วใบขับขี่ / จ่ายใบขับขี่
หมายเหตุ กรณีไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง ให้เตรียมหลักฐาน ดังนี้
1. ใบมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
2. สำเนาบัตรประชาชน ของผู้รับมอบอำนาจ ( พร้อมฉบับจริง )   ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
3. สำเนาบัตรประชาชน ของผู้มอบอำนาจ  ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ
สถานที่ติดต่อ
1.ส่วนกลางติดต่อได้ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5
2.ส่วนภูมิภาคติดต่อได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด
3.ข้อมูลเพิ่มเติม DLT Call Center 1584

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*